Mushroom Travel LINE
เราช่วยคุณได้
@mushroomtour
จันทร์ - เสาร์
9:00-22:00
อาทิตย์
9:00-18:00
Call Mushroom Travel
Call Center
02 105 6234
จอง 6 คนขึ้นไป
จอง 6 คนขึ้นไป
02 105 6244
Loading...

13 พิกัด เที่ยวจอร์แดน ลุยทะเลทราย ชมเมืองโบราณแห่งตะวันออกกลาง!

จอร์แดน (Jordan) ตั้งอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ติดกับประเทศอิสราเอล ซาอุดิอาระเบีย อิรัก และซีเรีย มีภูมิประเทศหลากหลายทั้งภูเขา หุบเขา ทะเลทราย และทะเลเดดซี แม้จะเป็นประเทศเล็กๆ แต่กลับเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่และธรรมชาติอันงดงาม จอร์แดนมีบรรยากาศอบอุ่น ผู้คนเป็นมิตร และมีแหล่งท่องเที่ยวที่ผสมผสานระหว่างโบราณสถาน ศิลปวัฒนธรรม และธรรมชาติได้อย่างลงตัว หากใครอยากมา เที่ยวจอร์แดน แต่ยังไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนดี บทความนี้พี่เห็ด มัชรูมทราเวล มี 13 ที่เที่ยวจอร์แดน สุดประทับใจมาแนะนำ จะมีที่ไหนบ้างน่าสนใจบ้าง ตามไปดูพร้อมกันได้เลย!

1. สนามแข่งม้าฮิปโปโดรม (Hippodrome) – เมืองเจอราช

เที่ยวจอร์แดน
Credit : Leonid Andronov / shutterstock.com

ประเดิมพิกัดแรกด้วย สนามแข่งม้าฮิปโปโดรม เป็นหนึ่งในโบราณสถานสำคัญของเมืองเจอราช ซึ่งเป็นเมืองโบราณยุคโรมันที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีและขึ้นชื่อว่าเป็น ปอมเปอีแห่งตะวันออก (Pompeii of the East)” โดยสนามแห่งนี้เคยใช้จัดการแข่งขันม้าศึกและรถศึกในสมัยโรมันโบราณ มีความยาว 245 เมตร กว้าง 52 เมตร สามารถจุผู้ชมได้มากกว่า 15,000 คน ภายในเต็มไปด้วยด้วยเสาหินโบราณและซากสิ่งปลูกสร้างเก่าแก่มากมาย มีการแสดง Roman Army and Chariot Experience” เป็นการจำลองการต่อสู้แบบโรมัน การขี่ม้า และการแข่งขันรถศึก เพื่อให้ผู้ชมได้สัมผัสบรรยากาศเสมือนจริงในสมัยนั้น ใครที่อยากสัมผัสประสบการณ์ เที่ยวจอร์แดน แบบย้อนยุคและชมสถาปัตยกรรมโรมันขนาดใหญ่ในบรรยากาศเมืองโบราณที่ยังคงความสมบูรณ์ พี่เห็ดบอกได้คำเดียวว่าต้องมา!

เวลาเปิด-ปิด :
– เดือนพฤศจิกายน – เมษายน 08.00 – 16.00 น .
– เดือนเมษายน – พฤษภาคม 08.00 – 17.30 น.
ค่าเข้าชม : 12 JOD
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/cwdjp23YqR24vsUP9


2. เขาเมาท์เนโบ (Mount Nebo) – กรุงอัมมาน

เที่ยวจอร์แดน
Credit : KAZLOVA IRYNA / shutterstock.com

เขาเมาท์เนโบ เป็นหนึ่งในจุดชมวิวทางประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของจอร์แดน ตั้งอยู่ทางตะวันตกของกรุงอัมมาน เป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ในจอร์แดนที่มีความสูงกว่า 2,000 ฟุต ใครได้ขึ้นไปยืนบนยอดเขาแห่งนี้รับรองว่าจะต้องตื่นตากับวิวพาโนรามาที่กว้างไกล สามารถมองเห็นแม่น้ำจอร์แดน ทะเลเดดซี และบางวันที่อากาศแจ่มใสอาจมองเห็นได้ไกลถึงกรุงเยรูซาเล็มเลยทีเดียว นอกจากนี้ที่นี่ยังมีความสำคัญทางศาสนาอย่างลึกซึ้ง โดยเชื่อกันว่าเป็นสถานที่ที่โมเสสได้มายืนมองดินแดนแห่งพันธสัญญาก่อนที่ท่านจะจากไปตลอดกาล ภายในบริเวณเดียวกันยังมีโบสถ์โมเสสที่จัดแสดงภาพนักล่าจากยุคไบแซนไทน์ลวดลายวิจิตรงดงาม มีอายุเกือบ 1,500 ปี ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมความงดงามได้อย่างใกล้ชิดอีกด้วย

เวลาเปิด-ปิด :
– เดือนธันวาคม – มกราคม 08.00 – 16.00 น.
– เดือนพฤศจิกายน, กุมภาพันธ์ และมีนาคม 08.00 – 17.00 น.
– เดือนเมษายน – ตุลาคม 08.00 – 18.00 น.
ค่าเข้าชม : 3 JOD
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/TpAPsn62Gh3HgWL97


3. อนุสรณ์ไม้เท้าศักดิ์สิทธิ์แห่งโมเสส (The Serpentine Cross) – กรุงอัมมาน

เที่ยวจอร์แดน
Credit : milosk50 / shutterstock.com

หากได้ขึ้นมาถึงเขาเมาท์เนโบแล้วไม่ได้แวะชม อนุสรณ์ไม้เท้าศักดิ์สิทธิ์แห่งโมเสส ก็เหมือนมาไม่ถึง! เพราะถือเป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่ใครก็ต้องแวะมาชมและถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก โดดเด่นด้วยโครงเหล็กสูงตระหง่านทรงไม้เท้าที่ถูกพันรอบด้วยงูทองสัมฤทธิ์ โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์ในคัมภีร์ไบเบิล ที่เล่าว่า โมเสสได้ชูไม้เท้าขึ้นเพื่อรักษาชาวอิสราเอลจากโรคภัยไข้เจ็บในยามยากลำบาก ไม้เท้าดังกล่าวจึงได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์แห่งการเยียวยา ความหวัง และการรอดพ้นจากความทุกข์ยากในเวลาต่อมา แม้สถานที่แห่งนี้จะเป็นอนุสรณ์ทางศาสนา แต่ก็เปรียบเสมือนงานศิลปะกลางแจ้งที่ผสานเข้ากับวิวธรรมชาติ 360 องศาได้อย่างลงตัว ใครที่หลงใหลในประวัติศาสตร์ ศิลปะ หรืออยากชมวิวท่ามกลางบรรยากาศอันสงบต้องมา!

เวลาเปิด-ปิด :
– เดือนธันวาคม – มกราคม 08.00 – 16.00 น.
– เดือนพฤศจิกายน, กุมภาพันธ์ และมีนาคม 08.00 – 17.00 น.
– เดือนเมษายน – ตุลาคม 08.00 – 18.00 น.
ค่าเข้าชม : 3 JOD
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/TpAPsn62Gh3HgWL97


4. ป้อมปราการแห่งกรุงอัมมาน (Amman Citadel) – กรุงอัมมาน

เที่ยวจอร์แดน
Credit : nayef hammouri / shutterstock.com

ป้อมปราการแห่งกรุงอัมมาน ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขา Jebel Al Qala’a ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดของเมืองและยังเป็นสถานที่เก็บรวบรวมซากอารยธรรมโบราณจากหลากหลายยุคสมัยทั้งโรมัน ไบแซนไทน์ และอิสลาม สะท้อนผ่านสถาปัตยกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเสาแห่งวิหารเฮอร์คิวลีสที่ใหญ่โตอลังการ พิพิธภัณฑ์โบราณคดีจอร์แดน หรือซากพระราชวังอุมัยยาดที่แฝงไปด้วยความขลัง ในช่วงเย็นหากมีโอกาสได้นั่งชมพระอาทิตย์ตกจากมุมสูงของป้อมแห่งนี้จะได้สัมผัสกับบรรยากาศแสนโรแมนติกแบบจัดเต็ม และยิ่งถ้าชอบถ่ายรูปรับรองว่าต้องหลงรักแสงแดดสีทองยามเย็นที่ตกกระทบลงบนโบราณสถานแน่นอน เพราะสามารถเปลี่ยนซากหินให้กลายเป็นแบ็กกราวด์สุดคลาสสิกที่สวยจับใจในทุกมุมกล้อง!

เวลาเปิด-ปิด :
– เดือนตุลาคม – มีนาคม 08.00 -16.00 น.
– เดือนเมษายน – กันยายน 08.00 – 19.00 น.
ค่าเข้าชม : 3 JOD
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/b3zwE5AoEonaLsgT6


5. โรงละครโรมัน (Roman Theatre) – กรุงอัมมาน

Credit : leshiy985 / shutterstock.com

ยังคงอยู่กันต่อที่กรุงอัมมาน พิกัดต่อไปพี่เห็ดขอพาไปรู้จักหนึ่งในแลนด์มาร์กกลางกรุงอัมมานที่ใหญ่โตสุดตระการตา นั่นก็คือ โรงละครโรมัน ที่ไม่ว่าใครมา เที่ยวจอร์แดน ก็ต้องมาชม ที่นี่เป็นโรงละครกลางแจ้งที่สามารถจุผู้ชมได้มากถึง 6,000 คน เมื่อเดินเข้ามาในเขตโรงละครจะพบกับเวทีโบราณขนาดใหญ่ และอัฒจันทร์หินที่เรียงซ้อนขึ้นไปตามแนวเขา ซึ่งแถวบนสุดสามารถมองเห็นวิวเมืองอัมมานทั้งตึกรามบ้านช่องและถนนที่เต็มไปด้วยผู้คน ภายในบริเวณยังมีพิพิธภัณฑ์คติชนวิทยา (The Folklore Museum) ที่เล่าเรื่องราว วิวัฒนาการต่างๆ ของชาวจอร์แดน และอีกด้านคือ พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมพื้นบ้าน (The Museum of Popular Traditions) ที่จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของชาวจอร์แดนในอดีต ทั้งชุดแต่งกายพื้นเมือง เครื่องประดับ และของตกแต่งบ้าน ให้ได้เห็นวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่นแบบเจาะลึก ให้ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลาไปในอดีตเลย

เวลาเปิด-ปิด : 08.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าชม : 2 JOD
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/Ea9jiwVSfWwVSC3B8


6. ปราสาทเครัค (Kerak Castle) – เมืองเครัค

Credit : Anton_Ivanov / shutterstock.com

ที่เที่ยวจอร์แดน อีกหนึ่งที่ที่ไม่ควรพลาดก็คือ ปราสาทเครัค ปราสาทยุคครูเสดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในตะวันออกกลาง ตั้งอยู่บนยอดเขาในเมืองเครัค ทางตอนใต้ของจอร์แดน ห่างจากกรุงอัมมานประมาณ 140 กิโลเมตร ตัวปราสาทแบ่งออกเป็น 7 ชั้น ประกอบด้วยห้องใต้ดิน อุโมงค์ ห้องนักโทษ พิพิธภัณฑ์ และหอคอย โดยแต่ละส่วนยังคงหลงเหลือเค้าโครงเดิมให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินสำรวจได้อย่างใกล้ชิด เพื่อสัมผัสถึงความลึกลับของยุคสงครามครูเสดได้แบบเต็มอารมณ์ แอบกระซิบว่าถ้าเดินผ่านอุโมงค์ใต้ดินในช่วงที่เงียบๆ เพื่อนๆ จะได้ยินเสียงฝีเท้าของตัวเองก้องสะท้อนตามผนังหิน ให้ฟีลเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในเกมผจญภัยโบราณที่ทั้งตื่นเต้น ทั้งชวนขนลุกเบาๆ แต่รับรองว่าประทับใจไม่รู้ลืมแน่นอน และถ้าวันไหนอากาศแจ่มใส บริเวณด้านบนจะสามารถมองวิวได้ไกลถึงทะเลเดดซีเลย

เวลาเปิด-ปิด :
– เดือนตุลาคม – มีนาคม 08.00 – 16.00 น.
– เดือนเมษายน – กันยายน 08.00 – 19.00 น.
ค่าเข้าชม : 2 JOD
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/uzVABHaAHriw2Lvs7


7. ทะเลทรายวาดิรัม (Wadi Rum) – ตอนใต้ของจอร์แดน

Credit : Hamdan Yoshida / shutterstock.com

ทะเลทรายวาดิรัม หรือที่หลายคนเรียกว่า The Valley of the Moon ดินแดนทะเลทรายสีส้ม-แดงที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของจอร์แดนใกล้กับเมืองอคาบา (Aqaba) เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ UNESCO ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกด้านธรรมชาติและวัฒนธรรม บรรยากาศของที่นี่เต็มไปด้วยภูเขาหินทรายรูปทรงแปลกตา โขดหินสูงชัน และทิวทัศน์เหมือนอยู่นอกโลก จนถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ไซไฟชื่อดังอย่าง The Martian และ Dune มาแล้ว นอกจากวิวทิวทัศน์ที่น่าสนใจแล้ว ที่นี่ยังมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ขี่อูฐชมวิวตอนพระอาทิตย์ตก นั่งรถซิ่งลุยเนินทราย ปีนหน้าผาหินทรายรูปทรงแปลก หรือจะนอนแคมป์เบดูอินกลางทะเลทรายท่ามกลางดวงดาวเต็มท้องฟ้า ถ้าโชคดีท้องฟ้าเปิด จะมองเห็นทางช้างเผือกที่ชัดเจนราวกับเอื้อมมือไปแตะได้เลย เรียกได้ว่าเป็นประสบการณ์สุดพิเศษที่หาชมได้ยากและไม่ควรพลาดเด็ดขาดเมื่อมา เที่ยวจอร์แดน แต่ถ้าใครจะมาเที่ยวที่นี่ พี่เห็ดแนะนำเป็น ช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน และ เดือนกันยายน-ตุลาคม เพราะเป็นช่วงที่อากาศกำลังดี กลางวันไม่ร้อนเกิน และกลางคืนไม่หนาวจัดเกินไป
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/4xx2oy71XbKpdHRb7


8. ทะเลแดง (Red Sea) – เมืองอควาบา

Credit : Alexander Sachenko / canva.com

หากเต็มอิ่มกับการเที่ยวทะเลทรายแล้ว มาเปลี่ยนบรรยากาศสู่โลกใต้ทะเลกันบ้าง กับ ทะเลแดง ตั้งอยู่ในอควาบา เมืองท่าทางตอนใต้ของจอร์แดนที่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำทะเลใสแจ๋ว ปะการังสีสันสดใส และมีปลาหลากหลายสายพันธุ์ โดยสามารถมองเห็นแนวปะการังได้ตั้งแต่ระดับผิวน้ำ และถ้าโชคดีก็อาจเจอปลาการ์ตูน เต่าทะเล หรือฝูงปลาน้อยใหญ่แหวกว่ายอยู่รอบตัวได้อีกด้วย ทะเลที่นี่เค็มกว่าน้ำทะเลส่วนใหญ่ถึง 35% ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ดีต่อสุขภาพ สำหรับใครที่ชอบกิจกรรมทางน้ำ ที่นี่ก็มีบริการทั้งเจ็ตสกี พายเรือคายัค และเรือท้องกระจก เพื่อชมแนวปะการังและฝูงปลาน้อยใหญ่ใต้น้ำแบบไม่ต้องตัวเปียก ความพิเศษคือใต้ทะเลมีซากเรืออับปางจากสงครามโลกครั้งที่ 2, เรือร้างขนาดเล็ก, เรือบรรทุกน้ำมัน และเรืออื่นๆ ที่ถูกฝังอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นสายลุยหรือสายชิล ก็สนุกได้ครบจบในที่เดียวเลย
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/uPrzbsZ8J16g3SD77


9. ทะเลสาบเดดซี (Dead Sea) – ชายแดนจอร์แดน-อิสราเอล

Credit : Qutaibah thawabi / shutterstock.com

ถ้าไม่อยากพลาดสถานที่เที่ยวชื่อดังระดับโลก ต้องมาที่ ทะเลสาบเดดซี ตั้งอยู่ระหว่างพรมแดนจอร์แดนและอิสราเอล ที่นี่เป็นแหล่งท่อง เที่ยวจอร์แดน ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกในฐานะ “จุดที่อยู่ต่ำที่สุดของพื้นโลก” โดยอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลถึง 430 เมตร ซึ่งความพิเศษของเดดซีไม่ได้มีแค่ระดับความลึกเท่านั้น แต่ยังเป็นทะเลที่มีความเค็มของน้ำสูงกว่าทะเลทั่วไปถึง 8 เท่า ทำให้ร่างกายสามารถลอยตัวได้สบายๆ แบบไม่ต้องออกแรงว่ายเลยแม้แต่นิดเดียว ทั้งยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุหลากหลายชนิด ทำให้นักท่องเที่ยวนิยมมาพอกโคลนเดดซีเพื่อบำรุงผิวพรรณ แต่ก็มีข้อควรระวังอย่าให้เข้าตาเข้าปากนะคะ เพราะอาจเกิดอันตรายได้
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/ihSeW5wesKEUjmXF9


10. น้ำพุร้อนไมอิน (Ma’in Hot Springs) – มาดาบา

Credit : audleytravel.com

น้ำพุร้อนไมอิน แหล่งแช่น้ำแร่ธรรมชาติชื่อดังของจอร์แดน ตั้งอยู่ห่างจากทะเลเดดซีประมาณ 30 นาที โอบล้อมด้วยขุนเขาหินสีน้ำตาลทองและธรรมชาติอันเงียบสงบ ที่นี่มีน้ำแร่ร้อนจากใต้ดินที่พุ่งขึ้นมาและกลายเป็นน้ำตกไหลลงมาตามโขดหิน ดูสวยงามราวกับฉากในหนังแฟนตาซี แบ่งออกเป็นบ่อสำหรับบุคคลภายนอก 4 แห่ง และบ่อสำหรับผู้เข้าพักในโรงแรมอีก 2 แห่ง โดยน้ำแร่ที่นี่มีอุณหภูมิสูงถึง 45 – 60 องศาเซลเซียส และอุดมไปด้วยแร่ธาตุหลากชนิดที่ดีต่อกล้ามเนื้อและผิวพรรณ ถือเป็นสวรรค์ของนักเดินทางที่อยากผ่อนคลายหลังจากลุยเที่ยวมาเต็มวัน ไม่ว่าจะเลือกลงแช่ในบ่อน้ำแร่กลางแจ้ง หรือใช้บริการสปาหรูของ Ma’in Hot Springs Resort & Spa ก็ผ่อนคลายได้เต็มอิ่มไม่แพ้กัน

เวลาเปิด – ปิด : 09.00 – 21.00 น.
ค่าบริการ : Day Pass สำหรับใช้บ่อแช่น้ำแร่ (Public Pools) 10 JOD
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/j4rpRR87wYfRSv3U9


11. เอ็ดเดียร์ (The Monastery – Ad Deir) – เมืองเพตรา

Credit : travelsetu.com

เอ็ดเดียร์ หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ The Monastery เป็น ที่เที่ยวจอร์แดน ที่ซ่อนตัวอยู่ลึกเข้าไปในเขตอุทยานเพตรา ซึ่งการจะไปถึงเอ็ดเดียร์ได้ต้องเดินเท้าขึ้นบันไดหินกว่า 800 ขั้น ผ่านเส้นทางคดเคี้ยวกลางหุบเขาหินทราย เมื่อขึ้นมาถึงยอดเขา สิ่งที่รออยู่คือ โครงสร้างขนาดมหึมาสูงเกือบ 50 เมตร ที่แกะสลักลงบนหน้าผาหินสีทองอมส้มอย่างวิจิตรบรรจง ตัวอาคารประกอบด้วยเสากรีกสไตล์เฮลเลนนิสติก ผสมผสานวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออกอย่างลงตัว โดยหลักฐานทางโบราณคดีชี้ว่า สถานนี้แห่งนี้อาจเคยใช้เป็นศาสนสถานของชาวนาบาเทียน ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งนครเพตรามาก่อน ใครอยากสัมผัสกับความยิ่งใหญ่ของอารยธรรมโบราณ พร้อมดื่มด่ำกับความเงียบสงบท่ามกลางภูเขาหินทราย บอกเลยว่าต้องมา!

เวลาเปิด – ปิด :
– เดือนตุลาคม – มีนาคม 08.00 – 16.00 น.
– เดือนเมษายน – กันยายน 08.00 – 18.00 น.
ค่าเข้าชม : Ad Deir เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานโบราณคดีเพตรา ดังนั้นการเข้าชม Ad Deir จะไม่เสียค่าเข้าแยกต่างหาก แต่ต้องซื้อตั๋วเข้าชมอุทยานเพตราราคา 50 JOD
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/rjnRXYkoocKeuoF66


12. เขตอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำอัซรัค (Azraq Wetland Reserve) – เมืองอัซรัค

Credit : welcomejordan.com

พาไปตะลอน เที่ยวจอร์แดน ต่อที่ เขตอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำอัซรัค ที่ซ่อนธรรมชาติอีกด้านของจอร์แดนไว้ ตั้งอยู่ในเมืองอัซรัค ทางตะวันออกของประเทศ โดยพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นจุดแวะพักสำคัญของบรรดานกอพยพที่เดินทางข้ามทวีป ปัจจุบันแม้ปริมาณน้ำจะลดลงจากอดีตมาก แต่ก็ยังคงเป็นเขตอนุรักษ์ที่สำคัญสำหรับสิ่งมีชีวิตหายาก โดยเฉพาะนกน้ำ นกกระเรียน นกฟลามิงโก และนกอพยพกว่า 300 สายพันธุ์ รวมไปถึงสัตว์ป่าเจ้าถิ่นอย่าง ควายอัซรัค ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นไปบนเส้นทางบอร์ดวอล์กไม้ ยาวประมาณ 1.5 กิโลเมตร ที่ลัดเลาะผ่านบึงน้ำ ต้นกก และแนวต้นไม้ โดยระหว่างทางจะมีจุดให้นั่งพักชมวิว หรือส่องนกอพยพที่บินมาจากแอฟริกาและยุโรปได้แบบเพลินๆ ท่ามกลางลมโชยอ่อนๆ พัดกระทบร่างกาย ช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลายและสดชื่นได้ตลอดทั้งวัน

เวลาเปิด – ปิด : 09.00 – 18.00 น.
ค่าเข้าชม : 8 JOD
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/DtdWph1hSodi9CRJ9


13. ปราสาทอัจลุน (Ajloun Castle) – เมืองอัจลุน

Credit : Damira / shutterstock.com

ใครอยากสัมผัสกลิ่นอายยุคอัศวิน พี่เห็ดขอพาขึ้นเหนือไปที่ ปราสาทอัจลุน หรือชื่อท้องถิ่นเรียกว่า Qal’at Ar-Rabad ปราสาทหินโบราณที่ตั้งตระหง่านบนยอดเขาในเมืองอัจลุน สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 โดยนายพลของซาลาดิน (Salah ad-Din) เพื่อควบคุมเส้นทางการค้าและป้องกันการรุกรานจากพวกอัศวินครูเสดในยุคนั้น ซึ่งปัจจุบันภายในปราสาทยังคงหลงเหลือโครงสร้างดั้งเดิม เช่น กำแพงหินหนา ทางเดินลับ ห้องเก็บอาวุธ และหอคอยที่เปิดให้นักท่องเที่ยวปีนขึ้นไปชมวิวของเทือกเขาอัจลุนได้แบบ 360 องศา ทั้งยังมีนิทรรศการขนาดเล็กที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การป้องกันเมืองในยุคกลาง พร้อมจัดแสดงอาวุธจำลอง เครื่องแต่งกาย และภาพเขียนทางประวัติศาสตร์ให้ชมอย่างเพลิดเพลิน

เวลาเปิด – ปิด :
– เดือนตุลาคม – มีนาคม 08.00 – 16.00 น.
– เดือนเมษายน – กันยายน 08.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าชม : 3 JOD
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/bdzyrnqKWvPgGRnRA

จอร์แดนเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยมนตร์เสน่ห์ของประวัติศาสตร์และภูมิประเทศที่หลากหลาย ซึ่งทุกเมือง ทุกสถานที่ ต่างถ่ายทอดเรื่องราวของอารยธรรมเก่าแก่ที่น่าหลงใหลแตกต่างกัน หากใครสนใจอยากไปเที่ยวสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวสุดพิเศษ พี่เห็ดมีโปรแกรม ทัวร์จอร์แดน ที่คัดมาให้ครบทั้งแลนด์มาร์กสำคัญและมุมลับน่าแวะ พร้อมทีมงานมืออาชีพ และไกด์ผู้เชี่ยวชาญที่จะดูแลทุกวันของการเดินทางให้เต็มไปด้วยความประทับใจ จองทัวร์แล้วไปม่วนจอยด้วยกันได้เลย!!


ชอบ บทความ มัชรูมทราเวล ทำไงดี…?
1. กดแชร์ต่อ ให้เพื่อนอ่านบ้าง
2. คลิก Like และ ติดตามเราได้ที่ Facebook www.facebook.com/mushroomtravel/

—————

Mushroom Travel มีโปรแกรม ทัวร์จอร์แดน ให้เลือกมากที่สุด
โทร. 02-105-6234 (30 คู่สาย)
[email protected]
Line id : @mushroomtravel

สินค้าที่เกี่ยวข้อง