เอดินเบอระ (Edinburgh) เมืองหลวงแห่งประเทศสกอตแลนด์ เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ทางประวัติศาสตร์และบรรยากาศสุดคลาสสิก ไม่ว่าจะเป็นปราสาทโบราณ ถนนสายเก่าแก่ วิหารอันงดงาม หรือมุมถ่ายรูปที่สะท้อนเอกลักษณ์ยุคกลางอย่างสมบูรณ์แบบ ที่นี่จึงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต่างหลั่งไหลมาสัมผัสมนต์เสน่ห์ด้วยตัวเอง สำหรับใครที่กำลังวางแผนเที่ยวเอดินเบอระ แต่ยังไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนดี บทความนี้พี่เห็ด มัชรูมทราเวล ขออาสาพาทุกคนไปสำรวจ 12 ที่เที่ยวฮิต เอดินเบอระ พร้อมจุดไฮไลต์และข้อมูลสำคัญ ที่จะช่วยให้การเดินทางของเพื่อนๆ เต็มไปด้วยความสนุกตลอดทริป ถ้าพร้อมแล้วอย่ามัวรอช้า ออกเดินทางไปด้วยกันเลย!
ทำความรู้จักเมืองเอดินเบอระ
เอดินเบอระ (Edinburgh) เมืองหลวงของสกอตแลนด์ ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ติดชายฝั่งทะเลเหนือ และเป็นหนึ่งในเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดในยุโรป ทำให้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากเมืองกลาสโกว์ (Glasgow) ภายในเมืองถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่
1. เมืองเก่า (Old Town) เป็นหัวใจทางประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยตรอกซอกซอยแคบๆ อาคารหินโบราณ และถนนที่ปูด้วยหินแบบยุคกลาง ซึ่งพื้นที่แห่งนี้ถือเป็นแรงบันดาลใจของนวนิยายชื่อดังอย่าง แฮร์รี่ พอตเตอร์ (Harry Potter) โดย เจ.เค. โรว์ลิ่ง (ผู้เขียน) ได้ใช้ ถนนวิกตอเรีย (Victoria Street) เป็นต้นแบบของตรอกไดแอกอน (Diagon Alley) ที่เต็มไปด้วยร้านค้าเวทมนตร์และบรรยากาศสุดลึกลับ ทำให้ปัจจุบันถนนเส้นนี้ยังคงมีร้านค้าแนวเวทมนตร์อยู่หลายแห่ง และได้กลาย ที่เที่ยวเอดินเบอระ ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะแฟนๆ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศในโลกเวทมนตร์ได้ตลอดทั้งปี

2. เมืองใหม่ (New Town) เป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญของเอดินเบอระที่แตกต่างจากเมืองเก่าอย่างสิ้นเชิง เพราะเมืองใหม่นี้ถูกออกแบบขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 เพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง และเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของสถาปัตยกรรมยุคจอร์เจียน มักใช้อิฐและหินในการก่อสร้าง ซึ่งเน้นความสมมาตร โครงสร้างที่เป็นระเบียบ และอาคารที่มีเสน่ห์คลาสสิกเป็นหลัก
เที่ยวเอดินเบอระ เดือนไหนดี ?
เอดินเบอระ เป็นเมืองที่สามารถเที่ยวได้ตลอดปี โดยแต่ละฤดูกาลมีเสน่ห์และบรรยากาศที่แตกต่างกัน การเลือกว่าจะมาในช่วงเดือนไหนดี ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล ซึ่งพี่เห็ดได้รวบรวมจุดเด่นของแต่ละฤดูมาให้เลือกได้ตามความชอบ ดังนี้
– ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – พฤษภาคม) อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 8 – 13 องศาเซลเซียส เป็นช่วงที่อากาศเริ่มอบอุ่นและธรรมชาติเริ่มกลับมามีชีวิตชีวาหลังจากฤดูหนาว แต่ก็ยังเย็นสบายสำหรับคนไทย จึงเหมาะสำหรับการเดินเล่นกลางแจ้ง และเพลิดเพลินกับอากาศสบายๆ ก่อนเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน
– ฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม) อุณหภูมิเฉลี่ย 12 – 18 องศาเซลเซียส ถือเป็นช่วงที่อากาศดีที่สุด เพราะไม่หนาวหรือร้อนจัดเกินไป อุณหภูมิสูงสุดไม่เกิน 20 องศาเซลเซียส ทั้งยังมีท้องฟ้าแจ่มใส และแสงแดดส่องเมืองมากกว่าปกติ นอกจากนี้ยังเป็นฤดูที่มีกลางวันยาวนานกว่าฤดูอื่น โดยพระอาทิตย์อาจขึ้นตั้งแต่ 04.30 น. และตกดินช้าถึงเวลา 21.30 น. ทำให้การมาเที่ยวในช่วงนี้มีเวลาสำหรับกิจกรรมต่างๆ มากยิ่งขึ้น
– ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – พฤศจิกายน) อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 7 – 14 องศาเซลเซียส บรรยากาศภายในเมืองค่อนข้างเงียบสงบ และอาจมีนักท่องเที่ยวน้อยกว่าช่วงอื่น เพราะในบางวันอาจมีฝนตกและลมแรง แต่ข้อดีของการมาเที่ยวฤดูนี้คือ จะได้สัมผัสความงดงามของใบไม้เปลี่ยนสีที่แต่งแต้มเมืองด้วยเฉดเหลือง ส้ม และแดง เพิ่มเสน่ห์และความโรแมนติกให้กับทิวทัศน์มากยิ่งขึ้น ใครอยากดื่มด่ำกับบรรยากาศเมืองแบบไม่วุ่นวายพี่เห็ดแนะนำให้มาช่วงนี้เลย
– ฤดูหนาว (ธันวาคม – กุมภาพันธ์) อุณหภูมิเฉลี่ย 1 – 7 องศาเซลเซียส และบางครั้งอาจลดต่ำถึงขั้นติดลบ สภาพอากาศหนาวเย็น และมีโอกาสเกิดหิมะในบางวัน ในฤดูนี้ท้องฟ้าจะสว่างช้าและจะมืดเร็วขึ้น โดยพระอาทิตย์ขึ้นประมาณ 09.00 น. และตกประมาณ 15.30 น. แต่บรรยากาศภายในเมืองยังคงเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่น่าหลงใหล โดยเฉพาะช่วงเทศกาลปลายปีที่มีการประดับไฟสวยงาม และตลาดคริสต์มาสที่คึกคัก ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีในการสัมผัสมนต์เสน่ห์ของ เอดินเบอระ ท่ามกลางสีสันของไฟในช่วงเทศกาล
รวม 12 ที่เที่ยว เอดินเบอระ ห้ามพลาด
เอดินเบอระ เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายและน่าสนใจ ซึ่งพี่เห็ดได้คัด ที่เที่ยวเอดินเบอระ ที่ควรค่าแก่การเยือนมาแนะนำ ดังนี้
1. ปราสาทเอดินเบอระ (Edinburgh Castle)

เมื่อเดินทางมาถึงเมืองเอดินเบอระ ก็ต้องมา ปราสาทเอดินเบอระ สถานที่อันเป็นไอคอนของเมืองที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก มีลักษณะเป็นปราสาทหินขนาดใหญ่ที่สร้างจากหินภูเขาไฟเก่าแก่อายุกว่า 300 ล้านปีก่อนคริสตกาล ตั้งอยู่บนหน้าผาสูง ทำให้เป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเมืองได้รอบทิศ บริเวณด้านหน้าประตูทางเข้าจะมีรูปปั้น 2 นักรบผู้ยิ่งใหญ่อย่าง William Wallace และ Robert the Bruce ขนาบซ้ายขวา ภายในปราสาทถูกแบ่งออกเป็นทั้งหมด 22 โซน โดยไฮไลต์อยู่ที่ โซน Portcullis Gate ที่นอกจากจะสามารถมองเห็นวิวสวยๆ ของฝั่ง New Town แล้ว หากมาช่วงเวลาบ่ายโมงตรง จะมีการยิงปืนใหญ่เพื่อบอกเวลาแก่ชาวเมืองอีกด้วย ส่วนอีกจุดที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ Scottish National War Museum ที่ด้านในจะบอกเล่าประวัติความเป็นมาของทหารสกอตแลนด์และสงครามการสู้รบในประวัติศาสตร์
เวลาเปิด – ปิด :
– เดือนเมษายน – กันยายน 09.30 – 18.00 น.
– วันที่ 1 ตุลาคม – 24 ธันวาคม และ 27 – 31 ธันวาคม 09.30 – 17.00 น.
– วันที่ 1 มกราคม 11.00 – 17.00 น.
– วันที่ 2 มกราคม – มีนาคม 09.30 – 17.00 น.
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ (อายุ 16 – 64 ปี) 19.50 – 21.50 ปอนด์ / เด็ก (อายุ 7 – 15 ปี) 11.40 – 13.00 ปอนด์ / ผู้สูงอายุ (อายุ 65 ปีขึ้นไป) 15.50 – 17.00 ปอนด์
เว็บไซต์ : https://www.edinburghcastle.scot/
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/9fqDAZUiupH2mY6c9
2. ถนนรอยัลไมล์ (Royal Mile)

มาเอดินเบอระแล้วไม่เดิน ถนนรอยัลไมล์ ถือว่าพลาด เพราะถนนสายนี้เป็นหัวใจของเมืองเก่าที่เชื่อมระหว่างปราสาทเอดินเบอระ (Edinburgh Castle) และพระราชวังโฮลีรูด (Holyrood Palace) โดย 2 ข้างทางเต็มไปด้วยอาคารเก่าแก่ ร้านค้า ร้านอาหาร และคาเฟ่เก๋ๆ ที่มีนักดนตรีเปิดหมวกให้ฟังกันเพลินๆ แถมยังมีตรอกซอกซอยเล็กๆ ซ่อนอยู่หลายแห่ง ซึ่งบางที่มีประวัติศาสตร์สุดลึกลับอย่าง The Real Mary King’s Close ที่เล่ากันว่าเป็นตรอกผีสิงสุดฮิต มีเอฟเฟกต์ชวนขนลุกให้เดินเข้าไปสำรวจได้อีกด้วย!
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/f9tKErvrHFdcBjLK8
3. เนินเขาแคลตัน (Calton Hill)

สำหรับใครที่อยากชมวิวเมือง เอดินเบอระ แบบ 360 องศา ต้องขึ้นมาที่ เนินเขาแคลตัน เนินเขาสุดไอคอนิกที่ใครๆ ก็แวะมาเก็บภาพสุดปัง โดยที่นี่เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในสกอตแลนด์ ทั้งยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO บนเนินเขามี อนุสาวรีย์แห่งชาติสกอตแลนด์ (National Monument of Scotland) ที่ได้แรงบันดาลใจจากวิหารพาร์เธนอนในกรีซ แม้จะสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์แต่ก็กลายเป็นจุดถ่ายรูปสุดฮิตที่ต้องแวะเก็บภาพคู่ และยังมี อนุสาวรีย์เนลสัน (Nelson Monument) หอคอยหินความสูง 32 เมตร ที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึง Admiral Lord Nelson นักเดินเรือชื่อดังที่เสียชีวิตหลังนำทัพคว้าชัยชนะในสงครามทราฟัลการ์ โดยสามารถขึ้นไปชมวิวจากด้านบนได้ ทั้งยังมีอนุสาวรีย์อื่นๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ไปเยี่ยมชมอีกด้วย
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/8aQaJcfp4SxzmQYr5
4. ดีนวิลเลจ (Dean Village)

ดีนวิลเลจ เป็นหมู่บ้านสุดชิลกลางเมืองที่มีบ้านหินโบราณอายุหลายร้อยปี สะพานหินสุดเก๋ และทางเดินเลียบแม่น้ำที่ร่มรื่น ภายในมีโรงสี 11 แห่งที่ยังคงเปิดทำการอยู่ เมื่อเดินเข้าไปในหมู่บ้านจะได้สัมผัสกับเสียงน้ำไหลเอื่อยๆ ผสมกับนกที่ส่งเสียงเจื้อยแจ้ว ให้ความรู้สึกผ่อนคลายเหมือนหลุดเข้าไปในอีกโลกหนึ่งเลยค่ะ และจุดที่ห้ามพลาดเลยนั่นคือ Well Court ตึกอิฐสีแดงที่เป็นสัญลักษณ์ของ Dean Village เดิมทีที่นี่เคยเป็นที่พักของคนงานในยุควิกตอเรียน ก่อนจะได้รับการบูรณะจนกลายเป็นอาคารที่สวยงามในปัจจุบัน โดยบริเวณนี้ถือเป็นพิกัดยอดฮิตที่ใครมาก็ต้องแวะถ่ายรูป
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/BbGzz6PD8WUh9GXM7
5. พระราชวังฮอลีรูด (Holyrood Palace)

พระราชวังฮอลีรูด เป็นสถานที่พำนักอย่างเป็นทางการของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 ในสกอตแลนด์ แต่เดิมที่นี่เคยเป็นสำนักสงฆ์มาก่อนตั้งแต่ปี ค.ศ. 1128 ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้เป็นที่ประทับหลักของพระมหากษัตริย์และพระราชินีของสกอตแลนด์ ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 15 ทั้งนี้ตัวพระราชวังนั้นตั้งอยู่ทางใต้ของถนนรอยัลไมล์ ตรงข้ามกับปราสาทเอดินเบอระ สามารถเข้ามาเที่ยวชม และสำรวจความงดงามทางประวัติศาสตร์ได้อย่างต่อเนื่องเลยค่ะ
เวลาเปิด – ปิด :
– เดือนพฤศจิกายน – มีนาคม 09.30 – 16.30 น.
– เดือนเมษายน – ตุลาคม 09.30 – 18.00 น.
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 25 ปอนด์ / เยาวชน (อายุ 18 – 24 ปี) 16.50 ปอนด์ / เด็ก (อายุ 5 – 17 ปี) 12.50 ปอนด์ (หากจองตั๋วล่วงหน้าราคาจะถูกลง)
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/7JwSMpAgc5Zkc97W7
6. วิหารเซนต์ไจลส์ (St. Giles’ Cathedral)

ถ้าเดินเล่นอยู่บนถนนรอยัลไมล์แล้วเผลอสะดุดตากับอาคารโดมทรงมงกุฎสุดอลังการ ให้รู้ไว้เลยว่านั่นคือ วิหารเซนต์ไจลส์ หนึ่งในแลนด์มาร์กที่เก่าแก่และสวยที่สุดของเอดินเบอระ สร้างขึ้นตั้งแต่ ค.ศ. 1124 หากเดินเข้าไปข้างในจะพบหน้าต่างกระจกสีสุดอลัง ที่เล่าเรื่องราวทางศาสนาและประวัติศาสตร์ผ่านลวดลายและแสงสีที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลา ยิ่งตอนที่แสงแดดส่องผ่าน บรรยากาศก็จะยิ่งดูศักดิ์สิทธิ์และน่าหลงใหลขึ้นไปอีก นอกจากนี้ภายในวิหารยังมี The Thistle Chapel ห้องโถงหรูหราที่ตกแต่งอย่างประณีตสำหรับอัศวินชั้นสูงของสกอตแลนด์ ที่เต็มไปด้วยรายละเอียดงานไม้แกะสลักสุดประณีต เพดานโดมตกแต่งอย่างวิจิตร และที่นั่งของอัศวินที่มีตราประจำตระกูล ใครเป็นสายชอบเดินชมสถาปัตยกรรมต้องฟินแน่นอน!
เวลาเปิด – ปิด : วันจันทร์ – ศุกร์ 10.00 – 18.00 น. / วันเสาร์ 09.00 – 17.00 น. / วันอาทิตย์ 13.00 – 17.00 น.
เว็บไซต์ : https://www.stgilescathedral.org.uk/
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/7vrxrmyBFvtRzomD7
7. สวนสัตว์เอดินเบอระ (Edinburgh Zoo)

สวนสัตว์เอดินเบอระ เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อปี ค.ศ. 1913 บนเนินเขาที่ห่างจากใจกลางเมืองเพียง 10 นาที โดยได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในสวนสัตว์ชั้นนำของโลก ที่นี่เป็นบ้านของสัตว์หายากและสวยงามจากทั่วโลกมากกว่า 2,500 ตัว นอกจากนั้นภายในสวนสัตว์ยังมีขวัญใจเด็กๆ อีกมากมาย ทั้งลิงชิมแปนซี เพนกวินกับขบวนพาเหรดอันน่าตื่นตาตื่นใจ ที่สำคัญภายในสวนสัตว์ยังเอาใจเด็กๆ ด้วยพื้นที่เล่นมากมายสำหรับเด็ก ร้านอาหารและร้านขายของกระจุกกระจิก รวมถึงจุดชมวิวที่สวยงามที่อาจจะทำให้ผู้ใหญ่อย่างเราๆ ต้องร้องว้าวเลยค่ะ
เวลาเปิด – ปิด :
– เดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 10.00 – 16.00 น.
– เดือนมีนาคม 10.00 – 17.00 น.
– เดือนเมษายน – กันยายน 10.00 – 18.00 น.
– เดือนตุลาคม 10.00 – 17.00 น.
– เดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม 10.00 – 16.00 น.
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 27.50 ปอนด์ / เด็ก (อายุ 3 – 15 ปี) 17.50 ปอนด์ (ถ้าจองทางออนไลน์จะราคาถูกลง)
เว็บไซต์ : https://www.edinburghzoo.org.uk/
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/gZiiXSF3RXG3oukL9
8. โรงวิสกี้ (The Scotch Whisky Experience)

ในขณะที่เดินผ่านถนน Castle Hill เพื่อขึ้นไปชมปราสาทเอดินเบอระ บางคนอาจจะสังเกตเห็นอาคาร 2 ชั้นสีน้ำตาลหลังหนึ่ง ซึ่งข้างหน้าจะมีภาษาอังกฤษติดเอาไว้ว่า The Scotch Whisky Experience ที่นี่แหละค่ะคือ โรงกลั่นวิสกี้แบบจำลอง และยังเป็นแหล่งเก็บสะสมวิสกี้สารพัดยี่ห้อที่ใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากนั้นภายในยังมีการจัดแสดงนิทรรศการที่สามารถเข้าชมได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ รวมถึงยังสามารถลิ้มลองวิสกี้ และอาหารแบบดั้งเดิมได้ โดยจะมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด ที่สำคัญยังมี Audio Guide คอยบรรยายเพิ่มเติมอีกด้วย
เวลาเปิด – ปิด : 10.00 – 20.00 น.
ค่าเข้าชม : ราคาแตกต่รางกันตามเงื่อนไขของกิจกรรม
เว็บไซต์ : https://www.scotchwhiskyexperience.co.uk/
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/4HCKZC747QB6CLUp9
9. สุสาน Greyfriars Kirkyard

ที่เที่ยวเอดินเบอระ ที่สาวกแฮร์รี่ พอตเตอร์ ห้ามพลาดก็คือ สุสาน Greyfriars Kirkyard สุสานเก่าแก่ที่ว่ากันว่าเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจที่ เจ.เค. โรว์ลิ่ง หยิบมาใช้ตั้งชื่อตัวละครในเรื่อง โดยภายในสุสานมีหลุมศพ โทมัส ริดเดิ้ล (Thomas Riddell) ที่ถูกนำมาตั้งเป็นชื่อตัวร้ายในตำนานอย่าง ทอม มาโวโล่ ริดเดิ้ล (Tom Marvolo Riddle) หรือ ลอร์ดโวลเดอมอร์ (Lord Voldemort) และมีหลุมศพ วิลเลียม แมคโกนากัล (William McGonagall) ที่คล้ายกับศาสตราจารย์มิเนอร์ว่า แมคโกนากัล (Minerva McGonagall) อาจารย์ใหญ่ประจำบ้านกริฟฟินดอร์สุดแกร่ง นอกจากชื่อที่คุ้นหูแฟนๆ แล้ว บรรยากาศของสุสานยังให้ฟีลฮอกวอตส์สุดๆ ทั้งป้ายหลุมศพหินเก่าแก่ ต้นไม้สูงใหญ่ และเส้นทางเดินแคบ ทำให้ดูขลังและลึกลับแบบที่สาวกพ่อมดแม่มดต้องหลงรัก ยิ่งในช่วงเย็นที่แสงอาทิตย์ลับขอบฟ้า บรรยากาศจะยิ่งดูเหมือนฉากในโลกเวทมนตร์มากยิ่งขึ้น
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/sFvToJD9BHFaohJb6
10. ตลาดเกรสมาร์เก็ต (The Grassmarket)

หากใครมีโอกาสมาเที่ยวเอดินเบอระช่วงวันเสาร์ พี่เห็ดแนะนำให้ลองมาเดินชิลที่ ตลาดเกรสมาร์เก็ต ตลาดกลางแจ้งสุดชิค ตั้งอยู่ในย่านเมืองเก่าที่ล้อมรอบไปด้วยตึกหินสไตล์ยุคกลางและร้านค้าท้องถิ่นสุดน่ารัก มีสินค้าหลากหลายประเภทให้เลือกทั้งอาหารสด อาหารพร้อมทาน ของแฮนด์เมด งานเซรามิก และของที่ระลึกเก๋แบบไม่ซ้ำใคร เดินไปทางไหนก็เจอของกินน่าลอง ไม่ว่าจะเป็น ขนมปังอบสด ชีสโฮมเมด พายสูตรดั้งเดิม หรืออาหารสกอตแท้ นอกจากนี้ยังมีบูธขายหนังสือเก่า โปสการ์ด และงานศิลปะสไตล์วินเทจ ให้เลือกช้อปกันแบบเพลินๆ อีกด้วย ขาช้อปห้ามพลาด
เวลาเปิด – ปิด : วันเสาร์ 10.00 – 17.00 น.
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/wNqEcbrLgYqaH3ie8
11. สวนพฤกษศาสตร์หลวงเอดินเบอระ (Royal Botanic Garden Edinburgh)

สวนพฤกษศาสตร์หลวงเอดินเบอระ เป็นสวนพฤกษศาสตร์ที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยมีพื้นที่เกือบ 300,000 ตารางเมตร ภายในมี สวนหิน (Rock Garden) ที่จัดแสดงพืชพันธุ์จากพื้นที่ภูเขาสูง Chinese Hillside ที่ให้บรรยากาศสวนจีนสุดสงบ และ Arboretum ที่รวมต้นไม้ขนาดใหญ่จากหลายทวีปเข้าไว้ด้วยกัน รวมไปถึงสวนอัลไพน์ สระน้ำ สวนจัดแสดงพืชพื้นเมืองของสก็อตแลนด์ และสวนอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นชมความสวยงามของธรรมชาติได้แบบเต็มอิ่ม
เวลาเปิด – ปิด : เดือนกุมภาพันธ์ – ตุลาคม 10.00 – 17.00 น. / เดือนพฤศจิกายน – มกราคม 10.00 – 16.00 น.
เว็บไซต์ : https://www.rbge.org.uk/
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/qxtyY5vaTALB4Qhj9
12. เรือสำราญประจำพระองค์ของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 (Royal Yacht Britannia)

หากใครอยากมีประสบการณ์ของการท่องเที่ยว ด้วยการตามรอยของพระบรมวงศานุวงศ์แห่งราชวงศ์อังกฤษล่ะก็ เรือสำราญประจำพระองค์ของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 คือที่ที่ควรไปเยือนอย่างที่สุด ด้วยครั้งหนึ่งเรือลำนี้ถูกใช้เป็นเรือพระที่นั่งมานานกว่า 40 ปี ที่นี่จึงเต็มไปด้วยเรื่องราวที่แฝงความทรงจำอันล้ำค่าเอาไว้อย่างมากมาย บนอาคารท่าจอดเรือมีห้องนิทรรศการที่จัดแสดงภาพถ่ายของเหล่าราชวงศ์ ส่วนภายในเรือแบ่งออกเป็นห้องต่างๆ มีข้าวของเครื่องใช้ของราชินี และราชวงศ์จัดแสดงไว้อย่างเรียบร้อยสวยงาม รวมไปถึงห้องทำงานของกะลาสี และข้าราชบริพานก็มีให้ได้ชมครบเลยค่ะ
เวลาเปิด – ปิด :
– เดือนมกราคม – มีนาคม 10.00 – 17.00 น.
– เดือนเมษายน – สิงหาคม 09.30 – 18.00 น.
– เดือนกันยายน 09.30 – 18.00 น.
– เดือนตุลาคม 09.30 – 17.30 น.
– เดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม 10.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ (อายุ 17 ปีขึ้นไป) 20 ปอนด์ / เด็ก (อายุ 5 – 17 ปี) 9.50 ปอนด์
เว็บไซต์ : https://www.royalyachtbritannia.co.uk/
แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/oq2A8pT22ZRzuTVL9
เอดินเบอระ เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยมนต์ขลังของประวัติศาสตร์และธรรมชาติที่งดงาม ผสมผสานกับบรรยากาศโรแมนติกและกลิ่นอายยุคกลางได้อย่างลงตัว ทำให้เมืองนี้มีชีวิตชีวา เที่ยวได้ตลอดทั้งปี แถมยังเป็นเมืองแห่งแรงบันดาลใจของนวนิยายชื่อดังอย่าง แฮร์รี่ พอตเตอร์ อีกด้วย สำหรับใครที่อยากมาสัมผัสเมืองที่สวยงามราวกับมีเวทมนตร์แห่งนี้ พี่เห็ดมี ทัวร์สกอตแลนด์ ที่พร้อมจะพาทุกคนไปเปิดประสบการณ์สุดพิเศษ เที่ยวครบทุกไฮไลต์ ไม่พลาดทุกมุมสวย พร้อมไกด์ผู้เชี่ยวชาญที่ให้ข้อมูลได้แบบแน่นๆ และช่วยให้การเดินทางสะดวกสบายยิ่งขึ้นตลอดทริป!